โรคฝีดาษลิง

เมื่อพูดถึงโรคฝีดาษลิงจะเป็นอีกหนึ่งโรคที่ทุกคนต่างต้องระวังกันเป็นอย่างดีไม่ต่างจากโรคโควิด-19 เลยทีเดียว เพราะจะเป็นโรคที่องค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรคของประเทศไทยกำลังจับตามองและเฝ้าระวังกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงแล้วกว่า 75 ประเทศด้วยกัน ดังนั้นจะถือว่าอัตราการแพร่ระบาดยังเป็นที่น่ากังวล แต่อย่างไรก็ตามโรคฝีดาษลิงจะไม่มีการแพร่ระบาดในวงกว้างเหมือนกับโรคโควิด-19 อย่างแน่นอน

โรคฝีดาษลิงคืออะไร มีความอันตรายมากน้อยเพียงใด

โรคฝีดาษลิงจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัส ที่มีอาการคล้ายคลึงกับไข้ทรพิษ แต่จะมีความรุนแรงของอาการน้อยกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วโรคฝีดาษลิงมักจะพบในประเทศแถบแอฟริกากลาง หรือแอฟริกาตะวันตก โรคฝีดาษลิงจะสามารถพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะกับสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ อย่างเช่น หนู กระรอก กระต่าย เป็นต้น 

แต่โรคนี้จะสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน และติดต่อจากคนสู่คนด้วยการสัมผัสสารคัดหลั่ง ผิวหนัง หรือละอองฝอยจากการหายใจ เป็นต้น แต่ในการระบาดจากคนสู่คนจะยังไม่มีการระบาดเป็นวงกว้างเท่าไหร่นัก ในปัจจุบันมีรายงานออกมาว่า ผู้ที่ติดโรคฝีดาษลิงจะมีทั้งหมด 2 สายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่ สายพันธุ์แอฟริกากลาง และสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก

อาการของโรคฝีดาษลิง

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงนั้น มักจะมีไข้ มีผื่นตุ่มหนองทั่วตัว และต่อมน้ำเหลืองโต โดยหลังจากการรับเชื้อแล้ว ไวรัสจะอยู่ในต่อมน้ำเหลืองของผู้ป่วย และจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 7-21 วันจึงจะแสดงอาการออกมา ซึ่งอาการเริ่มแรกจะเริ่มจากการมีไข้ และมีต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นในระยะเวลา 1-2 วันจะมีผื่นขึ้น และมีแผลในปากตามมา แต่ผื่นนั้นจะขึ้นทั้งที่ลำตัว ฝ่ามือ หน้า และฝ่าเท้าเลยทีเดียว

ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังจากติดเชื้อแล้ว ผื่นจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปจากผื่นนูนแดงเป็นตุ่มน้ำ จะเปลี่ยนเป็นฝี และจากตุ่มหนองจะแตกและแห้ง และผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ผู้ป่วยจะสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ตั้งแต่มีไข้ และหมดระยะเวลาของการแพร่เชื้อหลังตุ่มหนองแตกและแผลเริ่มแห้งนั่นเอง

โรคฝีดาษลิงจะเป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และยังเป็นโรคระบาดที่มาหลังจากโรคโควิด-19 ส่งผลให้หลาย ๆ ท่านเป็นกังวลอย่างมาก เพราะจะมีการระบาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่จำเพาะกับโรคฝีดาษลิง ดังนั้นองค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรคแห่งประเทศไทยจึงแนะนำให้ทุกคนป้องกันตนเอง และเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิงให้มากที่สุด

Explore More

โรคหัวใจจะต้องมีการดูแลรักษาอย่างไร

โรคหัวใจ

ในเรื่องของโรคหัวใจนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นโรคที่เราก็ควรที่จะต้องระวังอย่างมากที่สุดเพราะว่าการที่เป็นโรคหัวใจแล้วไม่ได้รับการรักษานั้นอาจจะทำให้อันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องรู้จักที่จะใส่ใจและให้ความสำคัญมากๆจะเป็นเรื่องที่ดีอย่างที่สุด โรคหัวใจนั้นก็จะมีอาการที่แตกต่างกันออกไปเพราะโรคหัวใจนั้นจะมีอาการมากมายเกี่ยวกับหัวใจอย่าง โรคหลอดเลือดหัวใจ มักส่งผลให้มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปตามกราม แขน ลำคอ ท้อง หรือบริเวณหลัง และบางครั้งอาจมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือหมดสติได้ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ อาจเต้นเร็วผิดปกติ ช้าผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกใจสั่น แต่บางครั้งอาจแสดงอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลมได้เช่นกัน   โรคกล้ามเนื้อหัวใจ มีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม และมีอาการมากขึ้นเมื่อต้องออกแรงหนัก ๆ ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจที่รุนแรงมากขึ้นจะทำให้มีอาการเหนื่อยแม้ขณะนั่งอยู่เฉย

เริ่มต้นดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ ของตัวเอง

การดูแลสุขภาพ

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันนี้คนเราเริ่มหันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของตัวเองกันมากขึ้น เพราะแน่นอนว่ายิ่งคุณมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ร่างกายของคุณก็จะดีตามไปด้วย ช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้นดังนั้นในวันนี้สำหรับใครที่กำลังมองหา ตัวช่วยด้านสุขภาพให้กับตัวเองและคนที่คุณรักแน่นอนว่าคุณสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเอง เพราะในปัจจุบันนี้มีหลากหลายวิธีที่คุณสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆโดยวันนี้เราจะมาเตรียมตัวเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะทำให้สุขภาพร่างกายและสุขภาพ จิตใจของทุกคนนั้นดีมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร วันนี้ลงเข้ามาเตรียมตัวดูแลสุขภาพกับเราได้เลย เริ่มต้นดูแลสุขภาพด้วยตัวเองอย่างไรดี ถ้าพูดถึงการดูแลสุขภาพในปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น คุณสามารถดูแลสุขภาพร่างกายได้ด้วยตัวเอง โดยไม่เสียเงินหรือเสียเวลาเลย สำหรับใครที่สนใจและกำลังมองหาช่องทางการดูแลสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย นี่เป็นตัวช่วยง่ายๆที่จะทำให้สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของคุณ ดีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมองหา หรือต้องการช่องทางการเตรียมตัว สำหรับการดูแล สุขภาพตัวเอง แน่นอนว่าวันนี้ลองนำเทคนิคต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ดูเชื่อได้ว่ามันจะทำให้คุณ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ตรวจสุขภาพทั่วไปช่วยให้เข้าใจร่างกายมากกว่าที่คิดอย่างไร

ตรวจสุขภาพทั่วไป

หลายคนมองว่าการตรวจสุขภาพทั่วไปเป็นแค่การเช็กว่าป่วยหรือไม่ป่วย แต่แท้จริงแล้วผลตรวจแต่ละครั้งคือ “ภาษาของร่างกาย” ที่บอกเรื่องราวลึกกว่านั้น การตรวจจึงไม่ใช่เพียงกิจวัตรทางการแพทย์ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ตนเองอย่างเป็นระบบ ที่ช่วยให้เราเข้าใจว่าร่างกายทำงานอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปแบบไหน และอะไรคือสัญญาณเตือนที่ควรรับฟัง การตรวจสุขภาพคือการสำรวจตัวตนของร่างกาย ร่างกายของเรามีกระบวนการนับร้อยที่เกิดขึ้นทุกวินาที การตรวจสุขภาพทั่วไปช่วยทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นกลายเป็นข้อมูลที่จับต้องได้ ตัวเลขในผลตรวจไม่ได้มีไว้เพื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่มีไว้เพื่อสะท้อน “สมดุลของตัวเราเอง” เช่น น้ำตาลในเลือดอาจยังอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายเริ่มปรับสมดุลไม่ได้ หรือค่าเอนไซม์ตับที่สูงขึ้นเล็กน้อยอาจบอกถึงความเครียดจากอาหาร ยา หรือการพักผ่อนไม่พอ การรู้เช่นนี้ทำให้เราปรับพฤติกรรมก่อนเกิดโรคจริงได้ทัน ตัวเลขในรายงานตรวจสุขภาพไม่ใช่แค่ผลเลือด ผลการตรวจสุขภาพทั่วไปมีมากกว่าตัวเลขน้ำตาลหรือไขมัน แต่ยังรวมถึงตัวชี้วัดสมดุลระบบต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ การทำงานของปอดและไต