การตรวจ ECHO

ทุกคนรู้หรือไม่ว่าโรคหัวใจไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และโรคหัวใจจะไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจส่วนใหญ่ มักจะมาจากความไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจอยู่นั่นเอง ดังนั้นการตรวจคัดกรองโรคหัวใจจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และหนึ่งในวิธีการตรวจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ECHO นั่นเอง ดังนั้นไปดูกันเลยว่า ECHO คืออะไร และมีลักษณะการตรวจอย่างไรบ้าง

รู้จักกับการตรวจประเมินหัวใจด้วย ECHO

การทำ ECHO หัวใจ จะเป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ที่จะถูกปล่อยออกมาจากหัวตรวจ ผ่านทรวงอกไปยังหัวใจ จากนั้นคลื่นเสียงจะสะท้อนสัญญาณกลับมา และประมวลผลออกมาเป็นภาพ โดยการตรวจด้วย ECHO นั้น จะสามารถตรวจประเมินประสิทธิภาพของหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหรือขนาดของห้องหัวใจ การบีบและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ การไหลเวียนของเลือดในหัวใจ รวมไปถึงตำแหน่งของหลอดเลือด ที่เข้าและออกจากหัวใจ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ดังนั้นการตรวจประเมินหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง จะเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

การตรวจ ECHO มีข้อดีอย่างไร

สำหรับการตรวจคลื่นหัวใจแบบ ECHO จะเป็นวิธีการตรวจที่ให้ความปลอดภัยสูงมากที่สุด ไม่เกิดความรู้สึกเจ็บระหว่างตรวจอย่างแน่นอน อีกทั้งยังสามารถวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจได้หลากหลายโรคด้วยกัน วิธีการตรวจจะไม่ซับซ้อน ใช้เวลาตรวจไม่นานก็รู้ผลได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร สามารถรับประทานได้อย่างปกติ

ขั้นตอนการตรวจ ECHO จะมีขั้นตอนอย่างไร?

สำหรับขั้นตอนการตรวจ ECHO จะมีเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น สามารถเข้ารับการตรวจได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับการเข้าตรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาไปนอนบนเตียงราบที่เตรียมเอาไว้
  2. เจ้าหน้าที่จะติดอุปกรณ์สำหรับการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และดูอัตราการเต้นของหัวใจบริเวณทรวงอกของผู้เข้ารับการตรวจ
  3. ก่อนตรวจแพทย์จะทาเจลบริเวณทรวงอก และใช้หัวตรวจถูบริเวณที่ทาเจล เพื่อส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปภายใน
  4. เมื่อคลื่นเสียงถูกส่งผ่านอวัยวะต่าง ๆ และสะท้อนกลับมาภายในตำแหน่งที่ตรวจ มอนิเตอร์จะประมวลผลของคลื่นเสียง และแสดงออกมาเป็นภาย
  5. จะใช้ระยะเวลาในการตรวจประมาณ 30-45 นาที

ต้องยอมรับเลยว่าการตรวจคัดกรองหัวใจด้วย ECHO จะเป็นหนึ่งในวิธีการตรวจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แถมยังสามารถตรวจหาความเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจได้หลากหลายโรคเลยทีเดียว มีวิธีการตรวจที่ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เข้ารับการตรวจได้อย่างสะดวก ใช้เวลาตรวจเพียงไม่นานก็สามารถรู้ผลได้ทันที

Explore More

การเตรียมตัวสำหรับตรวจสุขภาพควรมีการเตรียมตัวอย่างไร

ตรวจสุขภาพ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการเตรียมตัวสำหรับการตรวจสุขภาพนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยสำหรับตัวเราเองเพราะว่าในเรื่องของการที่เรานั้นเตรียมตัวที่จะตรวจสุขภาพนั้นก็จะต้องมีการพักผ่อนให้เพียงพอด้วยจึงจะส่งผลที่ดีอย่างมากที่สุด เพราะว่าในเรื่องของการที่เราได้เตรียมตัวตรวจสุขภาพนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างน้อยก็จะทำให้เราได้รับรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไรและเราจะสามารถที่จะรักษาตัวเราเองอย่างไรบ้างซึ่งเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่สุดสำหรับตัวเราเองอย่างยิ่งด้วย และการตรวจสุขภาพนั้นหากเราจะต้องมีการตรวจเลือดต้องบอกเลยว่าทางแพทย์จะใงดน้ำตั้งแต่เวลา20.00น.เป็นต้นไปเพื่อที่จะได้ค่าเลือดที่ชัดเจนในเรื่องของการที่จะหาระดับน้ำตาลในเลือดหรือหาในเรื่องของภาวะน้ำตาลในเลือดด้วยนั้นเอง สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจกันอย่างที่สุดเพราะฉะนั้นเราจึงควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยอย่างน้อยก็เพื่อที่จะช่วยทำให้เรานั้นได้รับรู้ว่าเราจะต้องมีการแก้ไขสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง  เราจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญมากๆกับเรื่องของการเตรียมตัวพบแพทย์เพราะอย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขที่สุดและแน่นอนว่าการตรวจสุขภาพนั้นเราก็จะต้องตรวจอย่างละเอียดซึ่งเราอาจจะตรวจปีละครั้งหรือสองครั้งก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเราเอง อย่างน้อยเราก็จะได้อุ่นใจถ้าหากเราตรวจแล้วไม่เจออะไรที่ร้ายๆ แต่ถ้าหากเราเจอก็จะต้องรีบทำการรักษาก็จะเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเราเองอย่างยิ่งด้วย ดังนั้นในเรื่องของการเตรียมตัวตรวจสุขภาพนั้นก็จะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขที่สุดและเราก็จะต้องเน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ร่วมด้วยก็จะเป็นสิ่งที่ดีแก่ตัวเราเองอย่างมากมายเลย นอกจากนี้ในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญก่อนการทำการตรวจสุขภาพนั้นเราจะต้องนอนให้ได้ขั้นต่ำแปดถึงสิบชั่วโมงเพื่อที่ร่างกายจะได้สดชื่นและสดใสอย่างที่สุด เราจึงควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยกับเรื่องของการพักผ่อนเพราะทุกๆอย่างจะส่งผลกับร่างกายได้อย่างชัดเจนเลย เรื่องของสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามไปเลยเพราะยิ่งเรามองข้ามไปแล้วอาจจะทำให้มาเสียใจภายหลังได้ถ้าหากเจอโรคร้ายนั้นเอง การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างที่สุด

ใช้เก้าอี้เพื่อสุขภาพต้องปรับยังไง? วิธีเซ็ตให้พอดีกับร่างกาย

เก้าอี้เพื่อสุขภาพ

การเลือกใช้เก้าอี้เพื่อสุขภาพเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลสุขภาพของกระดูกและกล้ามเนื้อระหว่างวัน แต่การนั่งให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การมีเก้าอี้ดีๆ เท่านั้น การปรับเก้าอี้ให้เหมาะกับร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้าม ถ้าเก้าอี้ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับตัวเอง อาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดไหล่ตามมาได้ง่าย วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีปรับเก้าอี้เพื่อสุขภาพให้เหมาะสมกับสรีระของคุณ เพื่อการนั่งที่สบายและส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทำไมต้องปรับเก้าอี้เพื่อสุขภาพ? แม้ว่าเก้าอี้เพื่อสุขภาพจะถูกออกแบบมาให้รองรับร่างกายได้ดี แต่ร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งความสูง ความยาวขา และลักษณะการนั่งที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการปรับเก้าอี้ให้เหมาะสมกับตัวเองจึงช่วยให้ วิธีปรับเก้าอี้เพื่อสุขภาพให้เหมาะกับร่างกาย 1. ปรับความสูงของเก้าอี้ให้พอดี 2. ปรับพนักพิงให้รองรับหลังส่วนล่าง 3. ปรับมุมของพนักพิง 4. ปรับที่พักแขนให้เหมาะสม 5. ตรวจสอบเบาะรองนั่ง เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการนั่งที่ถูกสุขลักษณะ สรุป

ตรวจสุขภาพทั่วไปช่วยให้เข้าใจร่างกายมากกว่าที่คิดอย่างไร

ตรวจสุขภาพทั่วไป

หลายคนมองว่าการตรวจสุขภาพทั่วไปเป็นแค่การเช็กว่าป่วยหรือไม่ป่วย แต่แท้จริงแล้วผลตรวจแต่ละครั้งคือ “ภาษาของร่างกาย” ที่บอกเรื่องราวลึกกว่านั้น การตรวจจึงไม่ใช่เพียงกิจวัตรทางการแพทย์ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ตนเองอย่างเป็นระบบ ที่ช่วยให้เราเข้าใจว่าร่างกายทำงานอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปแบบไหน และอะไรคือสัญญาณเตือนที่ควรรับฟัง การตรวจสุขภาพคือการสำรวจตัวตนของร่างกาย ร่างกายของเรามีกระบวนการนับร้อยที่เกิดขึ้นทุกวินาที การตรวจสุขภาพทั่วไปช่วยทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นกลายเป็นข้อมูลที่จับต้องได้ ตัวเลขในผลตรวจไม่ได้มีไว้เพื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่มีไว้เพื่อสะท้อน “สมดุลของตัวเราเอง” เช่น น้ำตาลในเลือดอาจยังอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายเริ่มปรับสมดุลไม่ได้ หรือค่าเอนไซม์ตับที่สูงขึ้นเล็กน้อยอาจบอกถึงความเครียดจากอาหาร ยา หรือการพักผ่อนไม่พอ การรู้เช่นนี้ทำให้เราปรับพฤติกรรมก่อนเกิดโรคจริงได้ทัน ตัวเลขในรายงานตรวจสุขภาพไม่ใช่แค่ผลเลือด ผลการตรวจสุขภาพทั่วไปมีมากกว่าตัวเลขน้ำตาลหรือไขมัน แต่ยังรวมถึงตัวชี้วัดสมดุลระบบต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ การทำงานของปอดและไต