เมื่อเสิร์ชหาวิธีการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกในอินเทอร์เน็ต ก็จะมีข้อมูลปรากฎขึ้นมามากมาย ทั้งการทาด้วยยาสีฟัน ว่านหางจระเข้ ประคบด้วยน้ำแข็ง การทายาแผนปัจจุบัน และเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล

                แล้วแบบไหนคือสิ่งที่ถูกต้องกันแน่ เราสามารถทำทุกอย่างควบคู่กันไปได้ไหม หรือมีสิ่งไหนไม่ควรทำบ้าง ชวนหาคำตอบที่บทความนี้

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

            ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่วิธีรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ถูกส่งต่อกันมาว่าให้ทาแผลด้วยยาสีฟัน ยาหม่อง หรือครีมอื่นใดที่ไม่ใช่ยาตามคำแนะนำแพทย์ ซึ่งความจริงแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่แนะนำให้ทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้แผลถูกกัดกร่อน ระคายเคือง และทำให้แผลอักเสบหรือติดเชื้อได้

ความเชื่อที่ไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด

            สำหรับความเชื่อที่กึ่งผิดกึ่งถูก ก็มีอยู่เช่นกัน นั่นคือการใช้น้ำแข็งประคบแผล เพื่อระบายความร้อนจากผิวหนัง ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถทำได้ แต่ควรทำให้ถูกต้อง ด้วยการห่อน้ำแข็งด้วยผ้าหรือถุงพลาสติกก่อนที่จะนำไปโดนผิวหนัง เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำแข็งจะกัดเนื้อเยื่อ และป้องกันเชื้อโรคจากน้ำแข็งเข้าสู่แผล และทำให้แผลติดเชื้อได้

                นอกจากนี้ การทาด้วยว่านหางจระเข้ ก็เป็นเรื่องที่ทำได้เช่นกัน แต่ต้องระมัดระวังในการปอกเปลือก และล้างยางของว่านให้สะอาดก่อนจะนำมาทาแผล เพราะยางสามารถกัดผิวหนังได้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ถ้าทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้ว ว่านหางจระเข้ก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ดีทีเดียว

สิ่งที่ควรทำเพื่อรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

                ถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เพียงเล็กน้อย หรือที่เรียกว่าแผลระดับที่หนึ่ง ซึ่งเป็นการไหม้บริเวณผิวหนังชั้นนอก (Epidermis) เท่านั้น และไม่ชัวร์ว่าตัวเองจะประคบน้ำแข็งได้ถูกต้อง หรือล้างว่านหางจระเข้ได้สะอาดเพียงพอ ให้รักษาด้วยการล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้อง โดยปล่อยให้น้ำไหลผ่านแผลอย่างน้อย 10-20 นาที หลังจากนั้นซับแผลให้แห้ง แล้วทายาลดการอักเสบ โดยตัวยาที่แนะนำคือ Mupirocin เช่น ยี่ห้อ Bactex (แบคเท็กซ์) ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับแผลน้ำร้อนลวก แผลสด แผลพุพองโดยเฉพาะ และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้รอยแผลสมานกันได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดโอกาสเกิดแผลแตกแห้งเป็นสะเก็ด แต่หากเกิน 5 วันแล้ว แผลยังไม่สมานกัน หรือไม่มีท่าทีจะดีขึ้น ให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมต่อไป

                ส่วนกรณีที่แผลมีขนาดใหญ่เกิน 7 เซนติเมตร และมีความลึกถึงผิวหนังชั้นหนังแท้ หรือลึกถึงกล้ามเนื้อ และกระดูก ควรรีบพบแพทย์ทันที ไม่ควรรักษาด้วยตัวเอง

ทั้งหมดนี้คือข้อห้าม ข้อควรระวัง และสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดแผลไฟไหม้ หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านปฏิบัติได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เมื่อมีแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แต่ทางที่ดีที่สุดนั้น ควรป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากอุบัติเหตุด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการมีสติ ระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ระหว่างการใช้อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเปลวไฟหรือความร้อน ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะใช้อุปกรณ์เหล่านี้ รวมถึงอาจใส่อุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติม เช่น ถุงมือกันความร้อน แว่นตา หมวกกันน้ำมัน เป็นต้น

Explore More

5 อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่จำเป็นต้องมี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลที่ดีที่สุด

อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย

            สำหรับอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้การทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ขยับร่างกายได้ลำบาก หรือผู้ป่วยติดเตียง อาจจะเกิดมาจากปัญหาของสรีระและน้ำหนักตัว ทำให้การทรงตัวในอิริยาบถต่าง ๆ ลำบาก จึงต้องอาศัยอุปกรณ์ในรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อคอยช่วยเหลือตัวผู้ป่วย ซึ่งในปัจจุบันนี้มีให้เลือกใช้งานหลากหลายแบบ แต่โดยทั่วไปที่ผู้ป่วยแทบทุกคนควรจะมีนั้น รู้หรือไม่ว่าคืออะไรบ้าง…โดยจะมีอุปกรณ์จำเป็นและเชื่อว่าขาดไปไม่ได้เลย เพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลได้อย่างดีที่สุด 5 อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย ตัวช่วยที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยและคนดูแล ไม้เท้าสำหรับการค้ำยันและพยุงตัว เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถลุกนั่งและเดินได้สะดวกมากขึ้น ถือเป็นการฝึกช่วยเหลือตัวเองในขั้นต้น ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ลดภาระให้กับตัวของผู้ดูแลได้อีกด้วย โดยมีให้เลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ คือ ไม้เท้าขาเดียว เน้นที่มีความแข็งแรงและจับ-ปรับตามความสูงเพื่อให้ถนัดมือ ไม้เท้าค้ำยัน ช่วยเพิ่มความมั่นคงในตอนยืนและเดิน ราคาไม่แพง ไม้เท้า

NAC long คือยาอะไร ใช้แบบไหนถึงจะปลอดภัย

NAC long

หลายคนคงเคยได้ยินกับยา NAC long หรือ แนคลอง ที่ เป็นชื่อยี่ห้อยาที่มีส่วนประกอบของสาร Acetylcysteine ขนาด 600mg ผลิตจากประเทศเยอรมัน  เป็นรูปแบบเม็ดฟองฟู่ผสมน้ำดื่ม ใช้ละลายเสมหะในผู้ที่มีการขับเสมหะผิดปกติหรือเหนียวข้น ซึ่งเมื่อมีอาการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดธรรมดา ภูมิแพ้ หอบหืด ถุงลมอักเสบ ปอดบวม หรือติดเชื้อโควิด-19 ร่างกายจะสร้างเยื่อเมือกเหนียวในระบบทางเดินหายขึ้นมามาก เพื่อดักจับเชื้อโรค ในคนปกติจะมีขนพัดโบก(Cilia) เอาเยื่อเมือกที่ปะปนกับเชื้อโรคนี้ออกมานอกร่างกายได้ เรียกว่าเสมหะ นั่นเอง  คุณสมบัติของ Nac long

ไขข้อสงสัย การตรวจ “ECHO” คืออะไร มีความจำเป็นต้องตรวจหรือไม่?

การตรวจ ECHO

ทุกคนรู้หรือไม่ว่าโรคหัวใจไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และโรคหัวใจจะไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจส่วนใหญ่ มักจะมาจากความไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจอยู่นั่นเอง ดังนั้นการตรวจคัดกรองโรคหัวใจจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และหนึ่งในวิธีการตรวจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ECHO นั่นเอง ดังนั้นไปดูกันเลยว่า ECHO คืออะไร และมีลักษณะการตรวจอย่างไรบ้าง รู้จักกับการตรวจประเมินหัวใจด้วย ECHO การทำ ECHO หัวใจ จะเป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ที่จะถูกปล่อยออกมาจากหัวตรวจ ผ่านทรวงอกไปยังหัวใจ จากนั้นคลื่นเสียงจะสะท้อนสัญญาณกลับมา และประมวลผลออกมาเป็นภาพ โดยการตรวจด้วย ECHO นั้น จะสามารถตรวจประเมินประสิทธิภาพของหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหรือขนาดของห้องหัวใจ